ในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงรบกวน การแจ้งเตือน และสิ่งเร้าที่เข้ามาตลอดเวลา ความเงียบกลายเป็นสิ่งที่หาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ร่างกายของเรายังต้องการช่วงเวลาที่ได้พักจากสิ่งเหล่านี้ เพื่อให้ระบบประสาทมีโอกาสกลับเข้าสู่โหมดผ่อนคลายและฟื้นตัว
มีงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้เวลาอยู่ในธรรมชาติที่เงียบสงบ เช่น การเดินในป่า ตรวจพบความสัมพันธ์กับระดับคอร์ติซอล (cortisal) และความดันโลหิตที่ลดลง รวมถึงการทำงานของระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic Nervous System) ที่เพิ่มขึ้น แนวคิดนี้ได้รับการศึกษาอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่นภายใต้ชื่อ “ชินรินโยคุ” (shinrin-yoku) ที่มักแปลกันว่า “การอาบป่า”
บางครั้ง ร่างกายไม่ได้ฟื้นตัวได้ดีที่สุดในช่วงที่เราพยายามทำอะไรเพิ่ม แต่กลับเป็นช่วงที่เราอนุญาตให้ตัวเองหยุดและพักจริง ๆ
แม้เพียงการใช้เวลาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบและมีธรรมชาติรอบตัวสักระยะหนึ่ง ก็มีงานศึกษาที่พบว่าสามารถช่วยลดตัวชี้วัดบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับความเครียดได้ นี่คือคุณค่าของช่วงเวลาที่เงียบสงบ ซึ่งหลายคนอาจมองข้ามไปในชีวิตประจำวัน
และความเงียบในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างต้องหยุดนิ่งหรือไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แต่มันคือการเปิดพื้นที่ให้ระบบประสาทได้พักจากการรับและประมวลผลสิ่งเร้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ร่างกายมีโอกาสกลับมาฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่มากขึ้น