ร่างกายของเรามีนาฬิกาภายในที่ทำงานสอดคล้องกับการขึ้นและตกของพระอาทิตย์ตามธรรมชาติ ซึ่งมันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เดินตามตารางงานหรือเสียงนาฬิกาปลุก และการค้นพบกลไกระดับโมเลกุลของนาฬิกาชีวภาพนี้ ได้รับรางวัลโนเบลในปี 2017
เมื่อเราใช้ชีวิตสวนทางกับจังหวะธรรมชาติอยู่บ่อย ๆ เช่น นอนดึก ตื่นเช้าทั้งที่ร่างกายยังพักไม่พอ หรือได้รับแสงจ้าในช่วงกลางคืน ส่งผลให้ระบบนาฬิกาภายในของร่างกายทำงานผิดปกติ และยังส่งผลต่อการเผาผลาญ ฮอร์โมน การนอน และอารมณ์อีกด้วย
การใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับแสงธรรมชาติ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของบรรยากาศหรือความรู้สึก แต่เป็นการช่วยให้ร่างกายทำงานไปในทิศทางเดียวกับชีววิทยาของตัวเอง
หนึ่งในสัญญาณสำคัญที่สุดที่ใช้ตั้งนาฬิกาชีวภาพก็คือแสง โดยเฉพาะแสงธรรมชาติในช่วงเช้า การออกไปรับแสงให้ดวงตาได้สัมผัสกับความสว่างตามธรรมชาติ และลดแสงจ้าในช่วงค่ำ จะช่วยให้ร่างกายแยกได้ชัดขึ้นว่า ตอนนี้ควรเป็นเวลาตื่น หรือควรเป็นเวลาพักผ่อน
การกลับมาใช้ชีวิตตามจังหวะของแสงอาทิตย์ จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายได้กลับเข้าสู่จังหวะที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น แทนที่จะต้องคอยปรับตัวตามความเร่งรีบและแสงประดิษฐ์ของโลกสมัยใหม่ตลอดเวลา