หิ่งห้อยไม่ได้เรืองแสงด้วยเวทมนตร์ แต่เกิดจากปฏิกิริยาเคมีที่แม่นยำอย่างน่าทึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นภายในร่างกายเล็กๆ ของมัน
ภายในตัวหิ่งห้อยมีเอนไซม์ที่เรียกว่า ลูซิเฟอเรส (luciferase) ซึ่งมีหน้าที่ช่วยให้เกิดปฏิกิริยาที่เปลี่ยนพลังงานเคมีให้กลายเป็นแสง แต่ปฏิกิริยานี้จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ต้องอาศัย Mg-ATP ซึ่งก็คือรูปแบบของ ATP ที่จับกับแมกนีเซียม และเป็นสารประกอบเดียวกับที่คุณเพิ่งรู้จักไปในบทก่อนหน้า
พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าไม่มี Mg-ATP ปฏิกิริยาที่ทำให้หิ่งห้อยเปล่งแสงก็จะไม่เกิดขึ้นในแบบที่เราคุ้นเคย และความสัมพันธ์ระหว่างแสงกับ ATP นี้เอง ที่นักวิทยาศาสตร์นำปฏิกิริยาของลูซิเฟอเรสมาใช้เป็นวิธีมาตรฐานอย่างหนึ่งในการตรวจวัดปริมาณ ATP ในห้องทดลอง
ดังนั้น ทุกครั้งที่คุณเห็นหิ่งห้อยกะพริบแสงอยู่ในความมืด ลองนึกดูว่า เบื้องหลังแสงเล็กๆ นั้น มีแมกนีเซียมเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้แสงนั้นเกิดขึ้นได้